น้ำมันปลา (fish oil) หรือ โอเมก้า-3 (Omega-3)

ชื่อสมุนไพร

น้ำมันปลา (fish oil) หรือ โอเมก้า-3 (Omega-3)

ชื่อวิทยาศาสตร์

ข้อบ่งใช้บนหลักฐานเชิงประจักษ์ในคน

ขนาดเมื่อรับประทานเป็นอาหาร

  • ขนาดในเด็ก อายุ 4-8 ปี คือ โอเมก้า-3 ขนาด 900 มก.ต่อวัน
  • เด็กผู้ชาย อายุ 9-13 ปี ขนาดแนะนำ 1,200 มก.ต่อวัน
  • เด็กผู้หญิง อายุ 9-13 ปี ขนาดแนะนำ 1,000 มก.ต่อวัน
  • ผู้ที่อายุตั้งแต่ 14 ปี และผู้ใหญ่ผู้ชาย ขนาดแนะนำ 1,600 มก.ต่อวัน
  • ผู้ที่อายุตั้งแต่ 14 ปี และผู้ใหญ่ผู้หญิง ขนาดแนะนำ 1,100 มก.ต่อวัน
  • หญิงตั้งครรภ์ ขนาดแนะนำ 1,400 มก.ต่อวัน
  • หญิงให้นมบุตร ขนาดแนะนำ 1,300 มก.ต่อวัน
  • U.S. FDA แนะนำขนาดรับประทานสำหรับผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร ได้อย่างปลอดภัยในผู้ใหญ่ คือ โอเมก้า-3 ขนาดไม่เกิน 2 กรัมต่อวัน

สำหรับลดความเสี่ยงการเกิดโรคหัวใจ

  • สมาคมโรคหัวใจของอเมริกา แนะนำให้รับประทานปลา อย่างน้อย 1-2 มื้อต่อสัปดาห์ หรือ รับประทาน EPA + DHA ขนาด 1 กรัมต่อวัน ในบุคคลทั่วไป
  • ข้อควรระวัง มีงานวิจัยติดตามผู้ที่สุขภาพดีรับประทานน้ำมันปลาเป็นประจำ อายุ 40-69 ปี จำนวน 415,737 คน ประมาณ 12 ปี พบว่า เพิ่มความเสี่ยงการเกิดหัวใจเต้นผิดจังหวะ (atrial fibrillation) เมื่อเทียบกับผู้ที่ไม่ได้ใช้ (HR 1.13, 95%CI 1.10-1.17)

ข้อบ่งใช้เกี่ยวกับโรคหัวใจและไขมันในเลือดสูง

  • ลดไตรกลีเซอไรด์ในเลือดเมื่อรับประทานขนาด 4 กรัมต่อวัน ควรใช้ภายใต้การดูแลของแพทย์
  • สมาคมโรคหัวใจของอเมริกายังไม่แนะนำให้ใช้โอเมก้า-3 (omega-3) จากพืช หรือน้ำมันปลา สำหรับป้องกันโรคหลอดเลือดหัวใจในผู้ที่ไม่มีความเสี่ยงต่อการเกิดโรคหัวใจ (primary prevention of cardiovascular disease) เนื่องจากงานวิจัยขนาดใหญ่หลายการศึกษาไม่พบว่าช่วยป้องกันได้
  • งานวิจัยในผู้ป่วยไขมันในเลือดสูง มีประวัติโรคหลอดเลือดหัวใจ หรือเบาหวาน จำนวน 3,146 คน รับประทาน EPA ขนาด 4 กรัมต่อวัน ร่วมกับยาลดไขมันกลุ่ม statins เป็นเวลา 4.9 ปี พบว่าช่วยลดอัตราการเสียชีวิตจากโรคหัวใจ ลดการกลับเป็นซ้ำของโรคหัวใจขาดเลือด และโรคหลอดเลือดสมอง

           *สูง, แนะนำให้ใช้ร่วมกับยาลดไขมันกลุ่ม statins ในผู้ป่วยไขมันในเลือดสูง โรคหลอดเลือดหัวใจ หรือเบาหวาน

  • งานวิจัยในผู้ที่ได้รับการฟอกเลือดด้วยเครื่องไตเทียม จำนวน 1,228 คน รับประทานน้ำมันปลา ขนาด 4 กรัมต่อวัน (EPA 1.6 กรัม และ DHA 0.8 กรัม) เป็นเวลา 3.5 ปี พบว่า กลุ่มที่รับประทานน้ำมันปลาลดความเสี่ยงต่อการเสียชีวิตจากโรคหัวใจ การเกิดโรคหัวใจขาดเลือด และโรคหลอดเลือดสมอง เมื่อเทียบกับผู้ที่ไม่ได้ใช้ (HR 0.57, 95%CI 0.47-0.70)

          *สูง, ใช้เสริมการรักษามาตรฐานภายใต้การดูแลของแพทย์

 ข้อบ่งใช้สำหรับโรคทางตา

  • งานวิจัย 22 การศึกษาในผู้สูงอายุที่เพิ่งเริ่มมีจอประสาทตาเสื่อม พบว่าการรับประทานปลา (15 กรัมต่อวัน) ช่วยชะลอการเสื่อมได้มากกว่าการรับประทานโอเมก้า-3 (1 กรัมต่อวัน ช่วยชะลอการเสื่อมได้เล็กน้อย)

          *ปานกลาง, อาจใช้เสริมการรักษามาตรฐาน

  • งานวิจัย 17 การศึกษาในผู้ที่มีอาการตาแห้ง 3,363 คน รับประทานโอเมก้า-3 ขนาดและระยะเวลาที่ใช้ส่วนใหญ่ เท่ากับ 1-2 กรัมต่อวัน เป็นเวลา 3-6 เดือน พบว่า ช่วยบรรเทาอาการตาแห้ง เพิ่มระยะเวลาน้ำตาเคลือบตา และตาผลิตน้ำตาเพิ่มขึ้น ช่วยเพิ่มความชุ่มชื่นให้ดวงตา

          *ปานกลาง, อาจใช้เสริมการรักษามาตรฐาน 

  • งานวิจัยในผู้ที่มีสุขภาพดี จำนวน 25,871 คน ที่รับประทานโอเมก้า-3 ขนาด 1 กรัมต่อวัน เทียบกับผู้ที่ไม่ได้รับประทาน พบว่า ไม่มีผลป้องกันการเกิดโรคตาแห้งและไม่มีผลป้องกันการเกิดโรคตาแห้งรุนแรง

          *สูง, ไม่แนะนำให้ใช้

ข้อบ่งใช้ในผู้ป่วยซึมเศร้า

  • งานวิจัย 26 การศึกษาในผู้ป่วยโรคซึมเศร้า จำนวน 2,160 คน พบว่า EPA ขนาด อย่างน้อย 1 กรัมต่อวัน เป็นเวลาอย่างน้อย 1 เดือน อาจช่วยบรรเทาอาการซึมเศร้าได้เล็กน้อย แต่ไม่พบว่า DHA ช่วยบรรเทาอาการซึมเศร้าได้

           *ต่ำ, ไม่แนะนำให้ใช้

ข้อบ่งใช้ในผู้หญิงและหญิงตั้งครรภ์

  • งานวิจัยในผู้หญิง จำนวน 1,865 คน พบว่า โอเมก้า-3 ไม่มีผลเพิ่มมวลกระดูกในผู้หญิงที่มีกระดูกพรุน

           *ปานกลาง, ไม่แนะนำให้ใช้

  • งานวิจัย 70 การศึกษาในหญิงตั้งครรภ์ จำนวน 19,927 คน พบว่า ผู้ที่รับประทานโอเมก้า-3 ช่วยลดความเสี่ยงการคลอดก่อนกำหนด อย่างไรก็ตามควรหลีกเลี่ยงการรับประทานในหญิงตั้งครรภ์ที่มีความเสี่ยงคลอดช้ากว่ากำหนด เพราะยิ่งเพิ่มความเสี่ยงดังกล่าว

           *สูง, แนะนำให้ใช้

ข้อบ่งใช้ในผู้ป่วยโควิด

  • งานวิจัยในผู้ป่วยโควิด จำนวน 445,850 คน ที่รายงานการใช้ผลิตภัณฑ์เสริมอาหารด้วยตนเอง พบว่า ผู้ที่ใช้โอเมก้า-3 ลดความเสี่ยงการติดเชื้อโควิด

            *ปานกลาง, อาจใช้ร่วมกับมาตรการป้องกันโควิดอื่น ๆ

  • งานวิจัยเชิงสังเกตในผู้ป่วยโควิด 100 คน พบว่า ปริมาณน้ำมันปลาในร่างกาย (ระดับของ EPA และ DHA) ที่เพิ่มขึ้น ไม่สัมพันธ์กับการลดอัตราการเสียชีวิตจากโรคโควิด สำหรับการลดความรุนแรงของโรคโควิดยังต้องรอผลการศึกษาในผู้ป่วยโควิดต่อไป

           *ต่ำ, ไม่แนะนำให้ใช้

ข้อบ่งใช้ในผู้ป่วยมะเร็ง

  • งานวิจัยในคนพบว่าผู้ที่ใช้และไม่ใช่โอเมก้า-3 พบว่าเป็นมะเร็งลำไส้ไม่แตกต่างกัน

           *สูง, ไม่แนะนำให้ใช้

ข้อบ่งใช้ในผู้ป่วยรูมาตอยด์

  • งานวิจัยในผู้ที่เพิ่งเป็นรูมาตอยด์ จำนวน 140 คน รับประทานยามาตรฐาน (triple DMARD) 3 ชนิด คือ methotrexate, suphasalazine และ hydroxychloroquine ร่วมกับน้ำมันปลาขนาดสูง 5.5 กรัมต่อวัน เทียบกับน้ำมันปลาขนาดต่ำ 0.4 กรัมต่อวัน เป็นเวลา 1 ปี พบว่า กลุ่มที่ได้น้ำมันปลาในขนาดสูงลดอัตราการล้มเหลวจากยามาตรฐาน 3 ชนิด (failure of triple DMARD therapy) ได้มากกว่ากลุ่มที่ได้รับน้ำมันปลาในขนาดต่ำ

           *ปานกลาง, อาจใช้เสริมการรักษามาตรฐาน

ข้อบ่งใช้ในผู้ป่วยอัลไซเมอร์

  • งานวิจัย 5 การศึกษาในผู้ป่วยอัลไซเมอร์ จำนวน 758 คน พบว่า โอเมก้า-3 ไม่มีผลเพิ่มความจำหรือการคิดวิเคราะห์

           *ปานกลาง, ไม่แนะนำให้ใช้ 

Copyright © 2020 by M.Tangkiatkumjai